A-32-ความสำคัญของการสร้างพระพุทธรูป

 

001-wพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท (ศิลปกรรมสมัยทวารวดี วัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

การสร้างพระพุทธรูป ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แน่ชัด พบว่าเกิดขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 7 ในสมัยคันธราฐ ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถานและอัฟกานิสถาน ซึ่งรูปแบบพระพุทธรูปสมัยแรกดูมีความเป็นฝรั่งมาก เพราะกลุ่มคนที่สร้างพระพุทธรูปนั้นเป็นกษัตริย์เชื้อสายกรีกนั่นเอง

ในสมัยที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในรัชสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ก็ยังมิได้มีการสร้างพระพุทธรูป อาศัยเพียงการสร้างรูปสัญลักษณ์แทนองค์ อาทิ รอยพระพุทธบาท บัลลังก์ ดอกบัว ต้นโพธิ์ เป็นต้น

Gautama BuddhaVajra Mudra. Tokyo National Museum. Gandhara

Image source: Wikimedia Commons

การเกิดขึ้นของพระพุทธรูปเกิดขึ้นในสมัยหลังจากนั้น (ซึ่งนักวิชาการได้สันนิษฐานไว้ว่าอาจเกิดขึั้นในสมัย พระเจ้ากนิษกะ(น.ณ ปากน้ำ) หรืออาจเป็นสมัยพระเจ้ามิลินท์) และคงจะเกิดขึ้นด้วยความคุ้นเคย ในการสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยปกติแห่งการนับถือบูชาสิ่งเคารพ ที่ผ่านมาอาทิ เทพเจ้าของชาวกรีกโรมัน ล้วนมีรูปเคารพเป็นการเฉพาะองค์ และมีลักษณะแตกต่างกันไปตามตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา และด้วยความคุ้นเคยจึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นเพื่อให้เกิดการยึดเหนี่ยวจิตใจได้ในทำนองเดียวกัน

หลังจากนั้นจึงเกิดมีพระพุทธรูปตามมา และสร้างขึ้นตามหลักแห่งศิลปนิยมตามยุคสมัยต่างๆ มาโดยลำดับ กระทั่งพระพุทธศาสนาเข้าสู่พื้นที่อันเป็นดินแดนซึ่งเรียกว่าประเทศไทยในปัจจุบัน แม้เข้ามาในประเทศไทยก็ยังมีพุทธลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัย ด้วยแรงขับแห่งความคิดสร้างสรรค์ของช่างศิลปกรรม และบริบททางวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดพุทธลักษณะจำเพาะไป

การเกิดมีพระพุทธรูป ช่วยให้ผู้คนที่เคยชินกับลัทธิการสวดอ้อนวอน บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้เข้าถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ง่ายขึ้น กล่าวได้ว่าอาจไม่ตรงกับหลักคำสอน  ที่มิให้ยึดติดกับบุคคล แม้แต่องค์พระศาสดา แต่ก็ปฏิเสธมิได้ว่า การเข้าถึงหลักธรรมคำสอนเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ซึ่งอาจมิสามารถถูกจริตผู้คนในสังคมได้ทั้งหมด เนื่องจากบุคคลมีหลายจำพวก การเรียนรู้และเข้าใจหลักทางศาสนาก็อาจทำได้แตกต่างกัน ดังพระพุทธเจ้าจำแนกบุคคลที่จะเรียนรู้พุทธธรรมไว้เป็นบัวสี่เหล่า  หากทุกคนมีความเหมือนกันไปทั้งหมดในด้านการเรียนรู้ก็คงไม่จำเป็นต้องมี เครื่องล่อ หรือกลอุบายใดๆ ในการเชื่อมโยงความคิดความรู้สึกของผู้คนให้เข้าถึงธรรมมะ

ด้วยเหตุนี้พระพุทธรูปจึงเป็นเสมือนหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเชื่อมโยงความคิดความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนให้เข้าถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเบื้องต้น อันเป็นผู้นำธรรม หรือสัจจธรรมความจริงมาสู่ผู้คนซึ่งเวียนว่ายในสังสารวัฏอยู่นี้  ก่อนจะได้เปิดใจรับพระองค์เป็นบรมครูและยึดคำสอนมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติใช้ชีวิต เพื่อพัฒนาตนไปสู่หนทางแห่งอริยมรรค ที่พระบรมศาสดาได้ชี้ทางไว้

หากไม่มีพระพุทธรูป การเข้าถึงธรรม ด้วยหลักแห่งธรรมแท้ คงเป็นหนทางอันแคบเล็ก ที่จะนำพาผู้คนให้ไปถึงทางแห่งอริยมรรคดังกล่าวนี้ได้ แต่ทั้งนี้ การไม่ติดยึดด้วยศรัทธาอันงมงายก็เป็นเรื่องที่จะต้องกำกับด้วยปัญญาไปพร้อมกัน พุทธบริษัททั้งหลายอันประกอบด้วย อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ภิกษุณี จึงเป็นกัลยาณมิตรในการชี้แนะแนวทางแห่งการก้าวพ้นรูปวัตถุที่ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจในเบื้องต้นไปได้  ซึ่งการมีครูและโค้ชที่ดีจึงจำเป็น

วันนี้เวลาเรานั่งอยู่ต่อหน้าพระพุทธรูปหรือพระประธานเรารู้สึกอย่างไร  ศิลปกรรมสร้างสรรค์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสร้างศรัทธาและนำพาให้ผู้คนเข้าถึงพระพุทธศาสนาอย่างไร   แม้ศิลปกรรมในตัวงานสถาปัตยกรรมเองก็เช่นกัน เราจะได้มาพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ต่อในโอกาสต่อไป

ประกิจ ลัคนผจง 14 สิงหาคม 2561(เรื่องและภาพยกเว้นที่มีอ้างอิงที่มา)

ข้อมูลอ้างอิง: หนังสือ “ปางพระพุทธรูป หัวข้อธรรมในคำกลอน”  .สำนักพิมพ์แสงแดดเพื่อนเด็ก

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *