A-29-การออกแบบสถาปัตยกรรมไทยกับภูมิทัศน์วัฒนธรรม

image001 สถาปัตยกรรมในบริบททางวัฒนธรรม

สถาปัตยกรรมไทย : ในบริบทภูมิทัศน์วัฒนธรรม

เรื่องของภูมิทัศน์วัฒนธรรม หรือ cultural landscape  ในที่นี้อธิบายโดยอาศัยข้อมูลจากหนังสือ ซึ่งมีเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นจากทีมทำงานของ อ.วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางด้านสถาปัตยกรรมไทย ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นหนังสือที่จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (หรือสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติในสมัยนั้น) กับคณาจารย์และนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร   โดยตำราเล่มดังกล่าวได้รับการศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลและสามารถตีพิมพ์ออกมาได้ในปี พ.ศ.2549  และเป็นองค์ความรู้สำคัญสู่การจัดอบรมให้แก่ชุมชนต่างๆ จากทุกภูมิภาคของประเทศ และพัฒนามาเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องตามมาอีกมากมาย  (เป็นการกล่าวถึงการจัดการของชุมชนอย่างง่ายๆ ที่หมายความถึงสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นบนบริบททางวัฒนธรรมและธรรมชาติแวดล้อม เพื่อนำไปใช้ในการหาแนวทางเพื่อการจัดการชุมชน (ในบริบทของไทย) หมายรวมถึงวัฒนธรรมที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ต่างจาก cultural landscape ที่ unesco ให้คำนิยามและใช้ในการทำงานด้านวัฒนธรรมที่เน้นย้ำไปยังตัวสภาพแวดล้อม และอาศัยเป็นเกณฑ์ในการทำงานเชิงอนุรักษ์)

ในแง่มุมของงานสถาปัตยกรรมไทย กับการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรม เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างชัดเจน เพราะเป็นเรื่องราวของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรม หากเพียงแต่ละชุมชน ท้องถิ่น หรือเมือง จะดำเนินการจัดการกันอย่างไร สอดคล้องกับหลักการและเหตุผลตามหลักวิชาการที่ได้เสนอแนะไว้หรือไม่

image003

ภูมิทัศน์วัฒนธรรมแบบสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติโดดเด่น

การพัฒนาตามที่ในตำรากล่าวว่า พอเพียงและยั่งยืน เป็นคำที่ต้องขอยกมาขยายความต่ออีกสักเล็กน้อย เนื่องจากความพอเพียงเป็นแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติในการทำการต่างๆ ของทุกคน ทุกชุมชน ทุกภาคส่วน ที่ว่าพอเพียงนั้นคือความสามารถในการดำเนินงานต่างๆ ได้อย่างพอเหมาะพอควรแก่ฐานะเฉพาะของแต่ละบุคคล ซึ่งแน่นอนว่าย่อมแตกต่างกัน  ส่วนความยั่งยืน ต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนรากฐานแห่งความมั่นคงที่ตนมี ทั้งภูมิความรู้ ภูมิปัญญา และมรดกทางสังคมและวัฒนธรรมที่มี(ขยายความตามความเห็นของผู้เขียน)

และการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมนั้น มิได้หมายความแค่การจัดการสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ หรืออาคารบ้านเรือนสถานที่ต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่เป็นลักษณะนามธรรม เช่นขนบธรรมเนียมประเพณี ความคิดความเชื่อต่างๆ ด้วย ซึ่งต้องตั้งอยู่บนรากฐานของสังคมหรือชุมชนนั้น ๆ  การดำเนินการใดๆ อาจมีส่วนแห่งการผสมผสานสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นพลวัตรทางสังคมเข้าไปได้ แต่ต้องไม่เกินค่าระดับที่ทำลายมรดกภูมิปัญญาเดิมที่แต่ละชุมชนมี

งานสถาปัตยกรรมในท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน  มีลักษณะการจัดการได้ 3 แบบ คือ การอนุรักษ์, การปรับปรุง, และการพัฒนา ซึ่งไล่เรียงไปตามลำดับของการ ดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมเดิมไว้ ไปจนกระทั่งสร้างสิ่งใหม่ที่จะกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันมีคุณค่า ส่งต่อให้ลูกหลานต่อไปในอนาคตได้   ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะมีขอบเขตได้มากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะของชุมชนนั้น  ซึ่งลักษณะของความเป็นชุมชนหากมองภาพอย่างกว้างๆ ก็อาจแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ (ตามตำราการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรม) คือ  ชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติโดดเด่น ซึ่งอาจมองว่าเป็นชุมชนลักษณะชนบทก็ได้  ต่อมาคือชุมชนที่มีความโดดเด่นทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของมนุษย์ทั้งรูปธรรมและนามธรรม บางท่านกล่าวว่าเป็นลักษณะชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท ซึ่งก็ถูกต้องแต่ไม่ครอบคลุมทั้งหมด เพราะลักษณะชุมชนวัฒนธรรมแบบนี้ อาจยังมีสภาพความเป็นชนบทอยู่มาก  แต่อาจมีงานเชิงวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ผสมผสานอยู่ด้วยก็ได้   และลักษณะสุดท้ายคือชุมชนในลักษณะสังคมเมืองที่การสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมเข้มข้น สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติมีความสำคัญน้อยมาก ซึ่งจะประกอบด้วยอาคารบ้านเรือนมากมาย มีความซับซ้อนและยากต่อการจัดการที่สุดเพราะเต็มไปด้วยความหลากหลายทั้งรูปธรรมและนามธรรม

image005

งานสถาปัตยกรรมเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่มีทั้งการดูแลรักษาของเดิม และการออกแบบใหม่อย่างสอดคล้องกัน

งานสร้างสรรค์ใดๆ ก็ตามที่เราทำในปัจจุบันนี้ ยิ่งเป็นงานทางด้านสถาปัตยกรรม มันจะส่งผลกระทบต่อสังคมชุมชนนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีผลต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลาอันยาวนานเท่าที่ตัวสถาปัตยกรรมนั้นจะยังปรากฏอยู่ เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสังคม หรือพูดให้ดูยิ่งใหญ่คืออาณาจักรทางวัฒนธรรมแหล่งต่างๆ ที่มีความเจริญรุ่งเรืองนั้น ล้วนมีการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่เฉพาะตนทั้งสิ้น แม้ว่าอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับสังคมชุมชนอื่นบ้างนั่นก็เป็นเพราะปกติวิสัยแห่งการถ่ายเททางวัฒนธรรมที่ต้องมีการแลกรับปรับใช้ร่วมกัน สิ่งต่างๆในโลกนี้ที่เกิดการพัฒนาล้วนอยู่ในกระบวนการลักษณะนี้ทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมนั้นจะรักษาสืบทอดให้วัฒนธรรมของตนเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน หรือเป็นไป ตามอย่างที่มีโดยดาษดื่น และกลืนหายไปกับกาลเวลา  สิ่งพิสูจน์ความจริงดังกล่าวนี้คือ การให้ความสำคัญของผู้คนต่างถิ่นต่างวัฒนธรรมที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยือนอย่างไม่ขาดสายนั่นเอง  นั่นย่อมนำมาซึ่งมากกว่าความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในท้องถิ่น หรือสังคมเมืองในแห่งนั้นๆ และผลพลอยได้อื่นๆ จึงนับเป็นโบนัสที่ได้รับจากการมองเห็นคุณค่าทางสังคมที่ตนมี    เราอาจเรียนรู้คุณค่าความสำคัญของแต่ละแหล่งแห่งที่ในความเป็นเอกลักษณ์และความงามใดๆ ก็ตามที่เขามี แต่เราไม่อาจลอกเลียนแบบสิ่งที่ดีเหล่านั้นมาใส่ไว้ในพื้นที่หรือชุมชนของเราได้โดยตรง เช่นไปทำถนนคนเดิน แล้วก็มีการขายของซ้ำๆกันไปในทุกๆ แห่ง  การดึงเอาตัวตน วัฒนธรรม อาหารการกิน ความเป็นอยู่ หรือสภาพแวดล้อมที่ชุมชนนั้นๆ มี เข้ามาเชื่อมโยงกับการจัดการทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง การเรียนรู้จึงเป็นไปเพื่อการประยุกต์ปรับใช้ เฉกเช่นที่อดีตกาลนานมา สังคมไทยได้เรียนรู้ที่จะรับเอาวัฒนธรรมจากภายนอกเข้ามาผสมผสาน เพื่อสร้างสรรค์ก่อเกิดเป็นมรดกทางสังคมใหม่ๆ แต่ไม่ได้ละทิ้งตัวตน และยังเป็นการสืบทอดต่อยอดทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นใหม่ และรวมถึงคนต่างบ้านต่างเมืองได้ชื่นชม 

วันนี้เรามองเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมที่คุ้นเคยรอบๆ ตัวกันบ้างหรือยัง และมองเห็นทิศทางการพัฒนาที่จะสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้แก่สังคมชุมชนได้อย่างไรกันบ้าง   คำกล่าวสำคัญหนึ่งซึ่งยังใช้ได้เสมอคือ วันนี้คนสร้างเมือง แต่วันหนึ่งข้างหน้าเมืองนี้แหละที่จะสร้างคน

image007

เมรุถาวร วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ( สถาปนิก : จมร ปรปักษ์ประลัย  (สำนักโบราณคดี  กรมศิลปากร))

งานออกแบบใหม่ บนพื้นที่สำคัญทางวัฒนธรรมที่คำนึงถึงบริบททางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม นับเป็นการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมในพื้นได้เป็นอย่างดี

ภาพเมรุถาวรฯ : ประกิจ ลัคนผจง

 

ข้อมูลอ้างอิง   : แนวทางการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม  และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร,2549.

                   :  การจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมชุมชน โดย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ , 2551.

ที่มาภาพ       : หนังสือการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมชุมชน , 2551.

ข้อมูลโดย     : ประกิจ ลัคนผจง  © ธันวาคม 2556

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *