A-28-สถาปัตยกรรมไทยอย่างใหม่อย่างไร

image001

อาคารประดิษฐานหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา

ผลงานออกแบบ อ.ประเวศ ลิมปรังษี ศิลปินแห่งชาติ

เรื่องของรูปร่างหน้าตาของอาคารในงานสถาปัตยกรรมไทยมักเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าทำไมจะต้องมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันไปโดยตลอด เราจะออกแบบสร้างใหม่ให้ต่างออกไปจากที่เคยทำกันมาไม่ได้เชียวหรือ ความจริงการสร้างงานสถาปัตยกรรมเพื่อใช้เชิงวัฒนธรรม หรือกิจกรรมทางประเพณีนั้น ก็มิได้มีข้อกำหนดตายตัว หรือข้อบังคับ แม้กระทั่งกฎหมายควบคุมการออกแบบก่อสร้างด้วยซ้ำไป เป็นอันว่าจะทำเช่นไรก็คงสุดแท้แต่ความต้องการของเจ้าของโครงการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอาคารเหล่านั้นเป็นสำคัญ รวมถึงทัศนคติที่มีต่องานทางวัฒนธรรมดังกล่าว 

ถ้าเช่นนั้น ทำไมคนสมัยก่อนจึงสร้างวัดวาอารามออกมาแล้วดูเหมือนๆ กันไปหมด หรือแม้แต่บ้านเรือนที่พักอาศัย ก็แทบจะไม่ต่างกัน   ถ้าเราสำรวจ ไปในทุกๆ พื้นที่   เราจะเห็นความเป็นกลุ่มก้อนทางวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์ด้วยสังคมหรือชุมชนนั้นๆ  ปรากฏผ่านเครื่องมือทางวัฒนธรรมต่างๆ ทั้งทางรูปธรรมและนามธรรม โดยสถาปัตยกรรม คือส่วนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด และทั้งยังเป็นหลักฐานที่บ่งบอก ถึงความเจริญก้าวหน้าของกลุ่มชนนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการสร้างสรรค์ดังกล่าวอาจพูดได้กว้างๆ ว่าเป็นลักษณะงานช่างหลวงและงานช่างท้องถิ่น 

image003

วัดเกาะแก้วสุทธาราม จ.เพชรบุรี

เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผู้คนต่างวัฒนธรรมกันจะมองการสร้างสรรค์วัฒนธรรมอื่นเป็นเสมือนหลักฐานแห่งความเจริญก้าวหน้าของแต่ละชุมชน  และตัวสถาปัตยกรรมไทย เฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นศาสนสถานหรือพระราชวังนั้น คือหน้าตาของบ้านเมืองเราในสมัยก่อนดังหลักฐานบันทึกของชาวต่างชาติ เช่น คณะบาทหลวงเยซูอิดที่เดินทางเข้ามาโดยพระราชโองการของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในปี พ.ศ.2229 ได้กล่าวถึงเมืองกรุงศรีอยุธยาไว้ดังความตอนหนึ่งว่า

“…บ้านเรือนไม่งดงาม ส่วนพระเจดีย์ หรือวัดวาอารามของพระเจ้าทั้งหลายนั้น โอ่อ่าสวยงาม..

 และ คาร์ล เดอริงก์ ในบันทึก เยอรมันมองไทย ได้กล่าวถึงกรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 5 ไว้ดังความตอนหนึ่งว่า

 “…ความเจริญของสถาปัตยกรรมด้านอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัย นับว่าด้อยกว่าทางด้านการก่อสร้างวัดวาอารามมาก บ้านของชาวสยามนั้น สร้างกันเล็กๆ ทำให้ยิ่งแลเห็นขนาดความแตกต่างมากขึ้น เมื่อเทียบกับวัดวาอารามที่สร้างอย่างหรูหราสวยงามบนพื้นที่กว้างขวาง..

 แม้ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนอาจไม่ได้เห็นตรงกับสิ่งที่บันทึกนี้ไว้ทั้งหมด แต่นี่คือหลักฐานที่ทำให้เห็นได้ว่า สถาปัตยกรรมเป็นตัวแทนของสังคม ที่คนอื่นๆ มองเข้ามาและให้คุณค่า ซึ่งย่อมเป็นไปตามทัศนคติและประสบการณ์ส่วนตนของผู้มองนั้น ๆ โดยส่วนหนึ่งคงอดไม่ได้ที่จะเอาวัฒนธรรมของตนเข้ามาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เห็นนั้น

ศิลปกรรมเป็นของสากล หากมีคุณค่าเข้าขั้นความเป็นศิลปะแล้ว ไม่ว่าใครก็ต่างต้องยกย่องเชิดชูด้วยกันทั้งหมด การสร้างสรรค์งานพุทธศิลปสถาปัตยกรรมโดยอาศัยศิลปกรรมจึงเป็นสิ่งที่จะสร้างคุณค่าในตัวสถาปัตยกรรมที่ง่ายต่อการสร้างความเข้าใจร่วมกันทั้งในระดับภายในชาติและ ต่างชาติ  โดยการสั่งสมเทคนิควิธีและวิธีการสร้างสรรค์ผ่านเนื้อหาสาระทางศาสนาและวัฒนธรรมที่มี  สืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้าสู่จุดสูงสุดแห่งความงามทางศิลปะ

แน่นอนว่าการริเริ่มทำสิ่งใหม่ เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่การสร้างคุณค่า และความเป็นตัวแทนแห่งความเป็นชาติในช่วงเวลาที่ยังมีการรบพุ่งแย่งชิงดินแดน และสร้างเอกภาพทางสังคมย่อมส่งเสริมให้การสร้างเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนมีความสำคัญยิ่งไม่แพ้การสร้างความเป็นปึกแผ่นในด้านอื่นๆ ร่วมกัน

การทำงานศิลปสถาปัตยกรรมในสมัยก่อนอยู่ในลักษณะสายครูช่าง  ทำให้แบบแผนการสร้างสรรค์ได้ถูกรักษาไว้ได้ อีกทั้งครูช่างเองก็ยังวางแบบแผนทางการสร้างสรรค์ไว้ให้ลูกศิษย์ได้ดำเนินตามรอยต่อไป ด้วยเห็นว่าแบบแผนดังกล่าวคือความถูกต้องดีงาม ซึ่งผ่านกระบวนการกลั่นกรองมาแล้วจากรุ่นสู่รุ่น

image005พระมหามณฑปหลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ

         ผลงานออกแบบ พลอากาศตรี อาวุธเงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติ        

การสร้างสรรค์ดังกล่าวเป็นเสมือนการฝึกฝนให้ช่างได้ทำงานในแบบที่ครูได้วางทางเดินไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เกิดความชำนิชำนาญ ในที่สุดก็จะสามารถทำงานแทนครูและได้ผลงานตามสายงานช่างอย่างที่ครูทำ ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏจึงมีความคล้ายคลึงกันอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด  และทำให้เกิดการรักษาสืบทอดแบบแผนการสร้างสรรค์มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน

image007

 พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สาธารณรัฐอินเดีย

ผลงานออกแบบ  อ.วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ

รูปแบบงานศิลปสถาปัตยกรรมในแบบประเพณี  อาจดูเป็นสิ่งที่ทำซ้ำ แต่ในรายละเอียดของการสร้างสรรค์มักจะมีแง่มุมทางความคิด และการพลิกแพลงในบางจุดของงานศิลปะที่แตกต่างกันไปในแต่ละผลงาน แต่ไม่ทำให้สูญเสียความเป็นงานแบบประเพณีไป ทำให้คุณค่าแห่งศิลปสถาปัตยกรรมนั้นยังเป็นที่ยอมรับโดยไม่ต้องถกเถียง แต่แน่นอนว่าวิถีทางดังกล่าวอาจไม่เป็นที่ถูกใจ ผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ที่ปัจจุบันมีระดับความเร่งของการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมเป็นอย่างมาก ชนิดที่งานแบบประเพณีไม่อาจลงลู่วิ่งเดียวกันได้ทัน   ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดทั้งผู้ต้องการเห็นสิ่งใหม่ กับมิใช่สิ่งผิดที่ผู้ออกแบบ ต้องการที่จะสืบสานงานแบบแผนเอาไว้ ด้วยเห็นว่าคุณค่าเดิมเป็นสิ่งที่ยังเป็นที่ต้องการของทั้งผู้ออกแบบและสังคม    ส่วนในความคิดเห็นอื่นๆ ย่อมสร้างความหลากหลายในงานศิลปสถาปัตยกรรมให้ปรากฏในปัจจุบัน                

ข้อสรุปที่มิใช่คำตอบ อาจเป็นเพราะผู้คนในสังคมปัจจุบันมีความเป็นปัจเจกและหลากหลายในทุกๆ มิติ   ไม่ได้เป็นสังคมรวมหมู่แบบเดิม การเข้าใจผู้คนในสังคมที่มีความคิดแตกต่างกันมากมายทั้งเชิงพฤติกรรมการใช้งาน หรือรสนิยมทางศิลปะ รวมทั้งโลกทัศน์และชีวทัศน์ที่มีต่อพุทธศาสนา จึงอาจเป็นวิถีทางที่ทำให้เข้าใจการปรากฏของพุทธศิลปสถาปัตยกรรมที่หลากหลายด้วยเช่นกัน  ในบางจังหวะหรือบางส่วนการปรับเปลี่ยนเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นความต้องการของชุมชน  ในขณะที่บางแห่งก็อาจยังต้องการคุณค่าเดิมให้ดำรงอยู่สืบต่อไป ถ้าปลายทางของการออกแบบสร้างสรรค์คือการส่งเสริมศรัทธาและสร้างความเจริญแห่งจิตให้บังเกิดขึ้นได้ ก็ย่อมเป็นหนทางที่เหมาะควรด้วยกันทั้งหมดอย่างแน่นอน

งานพุทธศิลปสถาปัตยกรรมอาจไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบทางศิลปกรรมเช่นเดิม แต่การสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ควรให้คุณค่าเดิมยังสืบสานต่อไป สถาปัตยกรรมเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจ แต่หากได้มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ก็ย่อมจะสามารถทำงานสืบสานอย่างสร้างสรรค์ได้ การสร้างสิ่งใหม่ อาจเป็นความถูกใจ และเชื่อว่าสิ่งนั้นคือคุณค่าทางสังคมใหม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากต่อการอธิบายให้ผู้คนเข้าใจได้ง่าย หากเรามองย้อนเหตุการณ์ไปในครั้งหนึ่งซึ่งมีการประกวดนางงามระดับสากล ไทยเราได้ออกแบบชุดแต่งกายเป็นรถตุ๊กๆ ซึ่งความแปลกใหม่ดังกล่าวสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้สนใจใคร่เห็นอะไรเช่นนี้อย่างมาก และเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้เกิดการวิพากษ์มากมายทั้งในเชิงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หรืออีกครั้งหนึ่งที่นักออกแบบได้นำผังวัดพระแก้วไปประยุกต์เป็นลายผ้าและให้นางงามสวมใส่ ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นั้น ล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่ควรตั้งคำถามถึงคำว่า “สร้างสรรค์” อย่างมาก 

ความแปลกใหม่ ถ้าเป็นที่ชื่นชมและยอมรับเป็นเวลานานผ่านกาลเวลาไปเท่าใดก็ยังเป็นเช่นนั้น ทั้งสะท้อนถึงสังคมวัฒนธรรมที่สั่งสมมาเป็นเวลาช้านานของสังคมหรือชุมชนนั้น ๆ  นั่นย่อมกล่าวได้ว่าผลงานดังกล่าวเป็นผลงานที่มีคุณค่า และอาจขึ้นหิ้งเป็นมรดกของสังคมนั้นๆไป หรือถ้าคุณค่าดังกล่าวเปี่ยมล้นก็อาจทำให้กลายเป็นมรดกโลกไปในที่สุดได้

สถาปัตยกรรมเมื่อถูกรังสรรค์ขึ้นแล้วย่อมดำรงอยู่ตราบเท่าที่วัสดุ โครงสร้าง จะยังชีพให้ปรากฏต่อโลกได้ เว้นแต่มนุษย์จะไปทำลายลงเสีย สถาปัตยกรรมจึงปรากฏอยู่นานและเป็นของสาธารณะหาได้เก็บไว้ดูเองเพียงคนเดียวได้ การสร้างสรรค์จึงต้องรับผิดชอบต่อสังคมโดยส่วนหนึ่ง ยิ่งสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับใช้สังคมโดยตรง เป็นอาคารสาธารณะ ยิ่งต้องคำนึงถึงสิ่งนี้

การคิดออกแบบโดยการขาดความเข้าใจ หยิบบางสิ่งผสมบางอย่างโดยเห็นว่าแต่ละสิ่งอย่างที่หยิบมาใช้เป็นสิ่งดี โดยขาดความรู้ อาจได้สถาปัตยกรรมสายพันธุ์ใหม่ที่ผู้ออกแบบไม่เข้าใจว่ามีปัญหาอย่างไร เราอาจกล่าวได้ว่าการออกแบบสถาปัตยกรรมเป็นเหมือนการแต่งกาย การแต่งกายในโอกาสต่างๆ ย่อมมีกาละเทศะเป็นตัวกำหนดการแต่งกายนั้นๆ ยิ่งกว่านั้นชุดที่ใส่บางชุดก็ถูกสงวนไว้ให้สวมใส่ได้เฉพาะบางบุคคลด้วยเช่นกัน หากคนอื่นไปสวมใส่ชุดดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสม (ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจไม่ได้ผิดกฎหมาย )

ภาษามีคำสวยๆ คำเพราะๆ หลายคำ ที่เราเลือกหยิบมาผูกขึ้นเป็นประโยคได้ แต่หากผู้ผูกประโยคมิได้แตกฉานในทางภาษาหรือวรรณกรรม ประโยคนั้นก็อาจฟังดูแปร่งหู หรือ อาจถึงขั้นอ่านไม่รู้เรื่องได้ เราอาจเคยได้อ่านประโยคบางประโยคที่ฟังดูไพเราะ แต่ไม่รู้เรื่อง  และแม้คำที่ไพเราะเหล่านั้นก็อาจเป็นคำที่ใช้เฉพาะสำหรับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งอาจนำมาใช้ในสถานการณ์จำเพาะส่วนตัวได้ แต่จะนำมาใช้เป็นทางการกับบุคคลอื่นไม่ได้ เพราะเป็นคำที่มีกาลเทศะทางสังคม

การที่จะบอกว่างานสถาปัตยกรรมไทยควรออกแบบใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และทิศทางของการทำงานของผู้ออกแบบก็ย่อมต้องการทำงานเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะการทำงานออกแบบซ้ำๆ แบบเดิมคงเป็นเรื่องที่ผู้ออกแบบยอมไม่ได้ และงานสถาปัตยกรรมเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะเป็นผลงานของสังคม จึงควรต้องให้ความสำคัญในกระบวนการศึกษาและออกแบบให้ดี เพราะงานครูที่ผ่านมาผู้เขียนเชื่อว่า ไม่มีใครจะไปถกเถียงว่าไม่ดี ไม่งาม เลยแม้แต่น้อย ..

 

ขอขอบคุณ นิติกร สิงห์ลอ, พนิดา จันทร์วีนุกูล ,วรุต อินทร์อยู่ สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดประกอบบทความ

ภาพและข้อมูลโดย : ประกิจ ลัคนผจง © มกราคม 2557

    

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *