A-25-อาคารประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 9

image009

 อาคาประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระบรมมหาราชวัง

สถาปนิก : อ.วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ / วิศวกร : ผศ.บัญชา ชุ่มเกษร    

( คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร )

อาคารประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในวันนี้หากใครได้มีโอกาสแวะเวียนไปวัดพระแก้วจะสังเกตเห็นอาคารหลังใหม่ขนาดไม่ใหญ่ไม่โต ตั้งอยู่อย่างสง่างามบริเวณสนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

อาคารหลังเล็กๆ แต่มีความสง่างามหลังนี้คือ อาคารประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ซึ่งนับเป็นพระบรมรูปขนาดใหญ่พระองค์แรกที่ได้รับการประดิษฐานในแผ่นดินไทยภายใต้อาคารที่มีรูปทรงแปลกตาแตกต่างไปจากอาคารที่อยู่โดยรอบในบริเวณ พระบรมมหาราชวังนั้น

อาคารดังกล่าวออกแบบโดย อ.วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ  (อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านสถาปัตยกรรมไทยประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร- ผู้ก่อตั้งหลักสูตรสถาปัตยกรรมไทยทั้งในระดับปริญญาบัณฑิตและมหาบัณฑิต รวมถึงการจัดตั้งสถาบันศิลปสถาปัตยกรรมไทยเฉลิมพระเกียรติ) วิศวกรคือ ผศ.บัญชา ชุ่มเกษร(คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร)

image001

อาคารประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนี้ ถือเป็นหลังที่สองแล้ว เพราะอาคารหลังแรกได้ถูกสร้างขึ้นที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา รัฐอุตรประเทศสาธารณรัฐอินเดีย

ปฐมบทแห่งการก่อสร้าง  เป็นไปเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชภายใต้ดำริของพระสุเมธาธิบดี (อดีตอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุฯในขณะนั้น) โดยมีพระราชรัตนรังษี (ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ในขณะนั้น) เป็นผู้ดูแลและดำเนินงาน โดยศรัทธาของพุทธบริษัทชาวไทย(ปัจจุบันคือมูลนิธิวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย)  และชาวพุทธในประเทศอินเดีย เพื่อเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนากลับสู่แดนมาตุภูมิ คือเมืองดับขันธปรินิพพาน อันเป็นหนึ่งในสี่สังเวชนียสถานสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก น้อมถวายเป็นพุทธบูชา และเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา

เมื่องานก่อสร้างเสนาสนะได้แล้วเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา พระมหาธาตุเจดีย์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีพระราชดำริในแบบร่าง และมีพระราชศรัทธาถวายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นต้นบุญในการก่อสร้างและบำรุงรักษาพระเจดีย์องค์นี้ทางวัดจึงได้มีดำริในการจัดสร้างพระบรมรูปขึ้น โดยคณะกรรมการวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย  ได้เชิญให้อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ และสถาปนิกผู้ถวายงานออกแบบพระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา   มาเป็นผู้ออกแบบอาคารประดิษฐานพระบรมรูปฯ ถวายพระองค์ท่าน อีกครั้งหนึ่ง

ภายหลังการก่อสร้างอาคารหลังดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์   ฯพณฯ ธวัชชัย ทวีศรี ร่วมกับทางคณะกรรมการวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย  ได้น้อมใจร่วมกันจัดสร้าง อาคารประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมพระบรมรูป ในลักษณะเดียวกับที่จัดสร้างในวัดไทยกุสินนาราเฉลิมราชย์ สาธารณรัฐอินเดีย ขึ้นอีกหนึ่งหลังไว้ในประเทศไทย เพื่อให้ชาวไทยได้มีโอกาสชื่นชมเสมือนหนึ่งได้ไปเยือนที่อินเดีย  โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้สามารถจัดสร้างได้  โดยทรงโปรดเกล้าฯให้จัดสร้างในบริเวณหน้าศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

ทำให้ชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งแวะเวียนมายังพระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้ว จะได้ชื่มชมพระบารมี และถวายราชสักการะ เพื่อแสดงความจงรักภักดี ในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้โดยทั่วกัน

image005

แบบทางสถาปัตกรรมได้ถูกร่างให้สอดคล้องกับความสูงของพระบรมรูปที่มีขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงเพื่อความสง่างาม และมีการผสมผสานศิลปสถาปัตยกรรมของไทยและของอินเดียเข้าด้วยกัน  ทั้งรูปแบบอาคาร วัสดุที่ใช้ รวมถึงช่างฝีมือของทั้งสองประเทศ (ตามตำแหน่งที่ตั้งของอาคารหลังแรกที่สาธารณรัฐอินเดีย)  ผังอาคารเป็นลักษณะผังพื้นแปดเหลี่ยมที่สามารถมองเห็นได้รอบด้าน รับกับฐานภายในซึ่งรองรับองค์พระบรมรูปบรอนซ์ทอง ขนาดสูง 2.30 เมตรซึ่งปั้นขึ้นแบบโดยนายเครน กุญชศิลป์และปรับแต่งให้สมบูรณ์โดยอาจารย์นนทิวรรธน์  จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ภายใต้การดูแลของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร 

  image007

การตกแต่งอาคารได้วางแนวคิดในการวาดภาพจิตรกรรมภายใต้โดมกลีบมะเฟืองหินอ่อนเป็นภาพฉัตรเก้าชั้นมีพระปรมาภิไธยย่อ ลอยเด่นอยู่เหนือฉัตร ประกอบตราสัญลักษณ์สำคัญบริเวณคอสอง   หรือตอนบนของผนังอาคารบริเวณใต้โดม อันได้แก่พระราชลัญจกร, เครื่องราชกกุธภัณฑ์ ,ครุฑพ่าห์, และคุณพระศเวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างเผือกประจำรัชกาล  วางอยู่ในตำแหน่งทิศทั้งสี่ประกอบกับลายพรรณพฤกษา โดยกำหนดสีและลวดลายที่สง่างามสมพระเกียรติ   นับได้ว่าภาพจิตรกรรมทั้งหมดนี้  สามารถสื่อแสดงถึงพระราชอิสริยยศ ได้อย่างงดงามสมบูรณ์ที่สุด

แนวคิดในการออกแบบซึ่งรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและรายละเอียดในการดำเนินงานได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัยในทุกขั้นตอน  โดยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีความตั้งใจในการทำงาน เพื่อสร้างอนุสรณ์แห่งความรักของผสกนิกรชาวไทยนี้ให้ดีที่สุด ทำให้อาคารหลังเล็กๆ แห่งนี้มีความสง่างาม สอดคล้องกับบริบทแวดล้อม   สร้างความปิติให้แก่พุทธบริษัทชาวไทยอย่างยิ่ง และจะเป็นประจักษ์พยานแห่งความจงรักภักดีที่ปรากฏไปยังประชาชนชาวอินเดีย รวมถึงชาวต่างชาติทั่วทุกคน

งานออกแบบชิ้นนี้ของ อ.วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ ได้ถูกออกแบบด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สื่อความหมายของการออกแบบที่เหมาะสม สะอาดตา แต่รักษาพระเกียรติยศให้สมบูรณ์ได้ด้วยกลวิธีทางการออกแบบ ที่ต้องเข้าไปพินิจพิจารณาในรายละเอียดต่างๆ การก่อรูปทางสถาปัตยกรรม มีความสอดคล้องกลมกลืนกับ สัญลักษณ์ความหมายอันเป็นคติและพระราชอิสริยยศที่สอดคล้องต้องกัน  จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นความลงตัวที่งดงามสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง เสมือนกับการสื่อความหมายถึงบุคคลสำคัญอันประกอบด้วยคุณค่า ความดีงาม ที่อยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ปรากฏต่อสาธารณะชนอันเรียบง่าย  และเป็นดั่งอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดีของชาวไทยสืบไป

 

อ้างอิงข้อมูล :  หนังสือ “๙ สถาปัตย์ศิลป์ พระภูมินทร์อัครศิลปินสยาม” โดยความร่วมมือของสถาบันศิลปสถาปัตยกรรมไทยเฉลิมพระเกียรติ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และมิวเซียมสยาม

อ้างอิงข้อมูล : http://www.watthaikusinara-th.org

ที่มาภาพ : ประกิจ ลัคนผจง

ข้อมูลโดย : ประกิจ ลัคนผจง   © ตุลาคม 2556

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *