A-001-สถาปัตยกรรมไทยคืออะไร

watkor01

วัดเกาะแก้วสุทธาราม จ.เพชรบุรี / ที่มากาพ : ประกิจ ลัคนผจง
คำว่า “สถาปัตยกรรม” คือศิลปวิทยาแห่งการก่อสร้าง และถ้าผนวกคำว่าไทยเข้าไป สถาปัตยกรรมไทยจึงน่าจะหมายความถึง ศิลปและวิทยาแห่งการก่อสร้างบนรากฐานแห่งวัฒนธรรมไทย
 และกล่าวได้ว่าสถาปัตยกรรมไทย คือมรดกทางวัฒนธรรมอันสำคัญของชาติ เหตุเพราะสิ่งนี้เป็นผลงานรังสรรค์ที่เป็นภูมิปัญญาสั่งสมแห่งบรรพชนเรื่อยมานับแต่อดีตกาลนานมาแล้ว ทั้งเรือนไทย ตึกรามบ้านช่อง วัดวาอาราม ล้วนแล้วแต่สามารถเรียกได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมไทยได้ด้วยกันทั้งนั้น เพราะต่างก่อกำเนิดภายใต้สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะงานที่มีมาจากรากทางวัฒนธรรมไทยอย่างเห็นได้ชัด
  หมวดการศึกษาในสาขานี้ ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร จัดอยู่ในหมวดวิชา “ศิลปสถาปัตยกรรม” นั่นเป็นเหตุผลที่น่าคิดถึงการให้ความสำคัญของสถาปัตกรรมที่อยู่คู่ควบกับงานศิลปะ แต่ศิลปมีความโดดเด่นในตัวสถาปัตยกรรมอย่างมากจึงขึ้นไว้เป็นศิลปสถาปัตยกรรม ซึ่งเราอาจพบเห็นการใช้คำนี้ในหน่วยงานของกระทรวงวัฒนธรรมที่ว่า “ศิลปะสถาปัตยกรรม” โดยเฉพาะในการให้รางวัลศิลปินแห่งชาติในสาขานี้ เห็นได้ชัดว่า ศิลปะ มีความสำคัญต่องานสถาปัตยกรรมอันเป็นมรดกของชาติชนิดนี้อย่างยิ่ง
นอกจากนั้นการเรียนรู้ในศาสตร์วิชาสถาปัตยกรรมไทย ทำให้สามารถออกแบบงานสถาปัตยกรรมได้อย่างกว้างขวาง ทั้งทางด้าน สถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมไทย เนื่องจากต้องเรียนในสองทางคือ สถาปนิกทางหนึ่ง กับช่างฝีมืออีกทางหนึ่ง การเป็นนักศึกษาสถาปัตยกรรมไทยจึงต้องรู้และเข้าใจมากไปกว่านักศึกษาในสาขาสถาปัตยกรรมโดยทั่วไปที่มีลักษณะการเรียนที่เหมือนกันเป็นสากล  แต่การเรียนรู้แบบสองส่วนนี้เอง ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งสิ่งดังกล่าวหาได้เป็นไปเพราะครูอาจารย์เท่านั้น แต่อยู่ที่ผู้ศึกษาเองจะตักตวงออกไปได้มากน้อยเพียงไร ทำได้หรือได้ทำจึงขึ้นอยู่กับความศรัทธาที่มีให้กับการศึกษาในศาสตร์วิชาที่เป็นมรดกของชาตินี้
 แต่ก่อนนั้นการสร้างสรรค์งานศิลปสถาปัตยกรรมไทยมิได้มีตำแหน่งผู้รังสรรค์ในนาม “สถาปนิก” แต่เรียกกันว่าเป็น “ช่าง” ดังที่เราได้ยินผู้คนในวงการสถาปัตยกรรมไทยเอ่ยพระนามของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ว่าเป็น “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม”  สมเด็จครูเป็นผู้รังสรรค์งานสถาปัตยกรรมไทยอันเอกอุไว้มากมายหลายชิ้น ยังไม่นับรวมถึงผลงานทางด้านศิลปะอันเกี่ยวเนื่องอีกมากมาย ล้วนแล้วแต่งดงามจนละสายตาจากผลงานเหล่านั้นได้ยากยิ่ง และปรารถนาจะได้ดูอีกในโอกาสต่อๆไป เนื่องด้วย ผลงานที่ปรากฏเหล่าน้ันเข้าขั้น “ศิลปะ” ดังที่ครูบาอาจารย์ต่างได้สอนสั่งไว้ว่า งานใดที่ทำถึงความเป็นศิลปะแล้วก็ยกขึ้นสู่ความดีงามอันสูงสุดได้ แม้จะต่างชาติต่างภาษาเมื่อได้เห็นงานที่เข้าขั้นความเป็นศิลปะก็ยกขึ้นไว้เสมอกันได้หมด เรียกได้ว่าความเป็นศิลปะนั้นเป็นภาษาสากลที่คนที่มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์วิชาจะอ่านออกถึงกันหมด สมเด็จครูคือ “ครูช่าง” ของวงการศิลปสถาปัตยกรรม ซึ่งปัจจุบันอาจกล่าวว่า ท่านเป็นสถาปนิกได้ แต่แท้จริงแล้วท่านเป็นยิ่งกว่าสถาปนิก เรียกได้ว่า เป็นปราชญ์ทางงานศิลปะก็ว่าได้
งานของสมเด็จครูเป็นงานสถาปัตยกรรมไทยที่ทันสมัย เพราะท่านไม่เคยออกแบบซ้ำกับที่เคยทำมาแล้ว และแม้ในงานออกแบบของท่านเองหากสังเกตงานออกแบบดีๆ จะเห็นว่าท่านมักออกแบบด้านหน้าและด้านหลังให้ต่างกัน เช่นที่วัดราชาธิวาสวรวิหารเป็นต้น (จากงานวิจัย รศ.สมคิด จิระทัศนกุล) และศิลปกรรมที่ปรากฏมักเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมที่ร่วมสมัย หรือมีการนำบริบทที่เกี่ยวข้องกับงานชิ้นนั้นๆ มาสู่การออกแบบ ด้วยการสร้างสัญลักษณ์ต่างๆ ซ่อนอยู่ในศิลปกรรมเหล่านั้นอย่างน่าทึ่ง
ทำให้เห็นได้ว่าสถาปัตยกรรมไทยเป็นงานที่มีความงดงาม อ่อนช้อย แสดงถึงภูมิปัญญาแห่งบรรพชนที่สั่งสมมา สืบทอดและสร้างสรรค์ได้ด้วยคนรุ่นต่อๆมา ทั้งยังมีความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผ่านคติสัญลักษณ์ทางศาสนา และสังคมวัฒนธรรม อย่างแยบคาย การทำงานออกแบบในลักษณะนี้จึงเห็นได้ว่าบรรดาครูช่างล้วนเป็นผู้รู้รอบรู้กว้าง เจนจัดในทักษะฝีมือที่ต้องได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ และเข้าใจหลักวิชาในการออกแบบงานสถาปัตยกรรมเป็นอย่างดี ผลที่ปรากฏของงานจึงเป็นสถาปัตยกรรมไทยอันดีงาม

a001-kusinara01

พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สาธารณรัฐอินเดีย 
   สถาปนิก : อ. วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ ,วิศวกร : ผศ.บัญชา ฃุ่มเกษร
 (ที่มาภาพ :  ประกิจ ลัคนผจง)
งานสถาปัตยกรรมไทยดีๆ ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ที่ปรากฏ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ แม้สมเด็จครูผู้เจนจัดในศาสตร์วิชาก็ใช้เวลาในการตกผลึกทางความคิดเพื่อผลิตผลงานไม่น้อย ในแต่ละปีในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ จะมีการจัดงานวันนริศฯ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร และตำหนักปลายเนินขึ้นทุกปี (ปลายเดือนเมษายน) ซึ่งได้นำผลงานของท่านมาจัดแสดงให้คนรุ่นหลังได้เห็น จะพบว่าแต่ละแบบงานที่ทรงทำ ต้องใช้เวลาในการคิดและแก้ไขแบบไม่น้อย มีการร่างแบบ และทิ้งแบบเดิม แก้แบบใหม่ ปรับปรุงแบบ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งบางครั้งขึ้นต้นแบบงานแล้วก็ยังทรงแก้ไขงานอีก นี่ย่อมเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า งานที่ดี ซึ่งปรากฏแก่สายตาเราทุกคนในปัจจุบันน้ันผ่านการคิดและพัฒนาแบบมาไม่น้อย  หากว่ากระบวนการทำงานในปัจจุบันอาจไม่เอื้ออำนวยให้ทำในลักษณะดังกล่าวได้ ด้วยข้อจำกัดและปัจจัยที่ต่างไปจากเดิม (เนื่องจากในอดีตพระมหากษัตริย์เป็นผู้อุปถัมภ์การทำงานในลักษณะนี้อย่างเต็มที่) แต่อย่างน้อยก็น่าจะเป็นสิ่งเตือนใจให้ชนรุ่นหลังตั้งใจคิดและสร้างงานสถาปัตยกรรมไทยให้ดี ในข้อจำกัดที่มีอย่างเต็มกำลัง
งานสถาปัตยกรรมไทยจึงเป็นงานที่ต้องใช้กำลังค่อนข้างมาก ทั้งในด้านความคิดอ่าน ในการกำหนดการออกแบบ กับทั้งในด้านทักษะฝีมือ ในการเผยความคิดขั้นต้นนั้นสู่เส้นสายแบบร่าง ก่อนจะนำไปพัฒนาทั้งความคิดและทักษะฝีมือต่อๆ ไปในระหว่างกระบวนการของงานออกแบบ หากขาดกำลังในทางหนึ่งไปก็ย่อมทำให้ผลสัมฤทธิ์ของงานไม่ปรากฏชัดอย่างเต็มกำลังได้ ซึ่งทั้งสองส่วนล้วนต้องอาศัยประสบการณ์ทั้งการเรียนรู้และการฝึกทักษะฝีมือ สั่งสมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอันสมควร
ตำราต่างๆ ทางด้านงานสถาปัตยกรรมไทยในปัจจุบัน นับว่าดีกว่าแต่ก่อนซึ่งหาอ่านเรียนรู้ได้ยาก  นักวิชาการและสถาปนิกสถาปัตยกรรมไทย โดยเฉพาะบรมครูในศาสตร์วิชานี้ได้พากันสร้างตำรา หนังสือ และรวมถึงลูกศิษย์ลูกหาได้พากันเก็บรวบรวมองค์ความรู้ ความคิด ที่ศิลปินท่านต่างๆ  ได้วางทิ้งไว้ให้เก็บเกี่ยวไปได้  จึงน่าจะทำให้ผู้สนใจใคร่รู้รุ่นใหม่จะอุ่นใจ วางใจ ในการดำเนินรอยตามทางแห่งครูช่างได้ไม่ยากเกินความพยายามที่แต่ละคนต้องมีอย่างเต็มที่ กระนั้นก็ตามตำราที่มีอยู่เป็นแต่เพียงเครื่องช่วยประคองให้เท่านั้น  หากการทำงานจำต้องลอกแบบจากหนังสือหรือตำราอยู่ร่ำไป  ความสร้างสรรค์และแตกฉานในงานออกแบบก็มิอาจฉายแสงออกมาได้  ดังเช่นประดาศิลปินแห่งชาติท่านต่าง ๆ ที่ได้ทำงานจนเกิดหนทางแห่งตนเป็นการเฉพาะ ซึ่งย่อมมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปตามจริต ความคิด ความสร้างสรรค์จำเพาะบุคคลๆ ไป ดังเช่นผลงานที่โดดเด่น เป็นเอกลัษณ์ดั่งลายมือของแต่ละท่านนั่นเอง
 (โปรดติดตามข้อมูลอัพเดทต่อไป…)
 อ้างอิงจาก : วารสารหน้าจั่ว ฉบับประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมไทย เล่มที่ โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร
 ปริภูมิคดี ฉบับที่ 1   วารสารสถาบันศิลปสถาปัตยกรรมไทย โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร
 ข้อมูลโดย : ประกิจ ลัคนผจง / มีนาคม 2556

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *